ลาซาด้า (Lazada) ประเดิมขอกองทุน BOI สร้าง Ecommerce Park

ลาซาด้า (Lazada) ขอสิทธิประโยชน์ พ.ร.บ.เพิ่มขีดสามารถการแข่งขันฯ เลขา BOI ชี้เข้าเกณฑ์ ให้ทั้งโครงการใหญ่ Ecommerce Park เคียวเซร่า-สไปเบอร์-พานาโซนิค-ซูบารุ จ่อขอสิทธิ์

Lazada-Shopping-Thailand

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงแผนการลงทุนเมืองอุตสาหกรรมการค้าผ่านระบบออนไลน์ หรือ Generation 5 Ecommerce Park ในโครงการสวนเทคโนโลยีด้านดิจิทัล (Ecommerce Park) ของบริษัท ลาซาด้า จำกัด (Lazada) ในเครืออาลีบาบา (Alibaba Group) ซึ่งจะใช้พื้นที่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ประมาณ 300 ไร่ (500,000 ตร.ม.) นั้น ล่าสุด ลาซาด้า (Lazada) ได้ยื่นเรื่องขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาสิทธิประโยชน์ให้กับบริษัท ตาม พ.ร.บ.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. 2560 หรือกองทุน 10,000 ล้านบาท สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายแล้ว

เนื่องจาก Generation 5 Ecommerce Park เป็นโครงการที่จะประกอบไปด้วยศูนย์โลจิสติกส์กระจายสินค้าด้านออนไลน์, ศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D), ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs), ศูนย์รวมกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ (Startup) ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และพันธมิตรทางโลจิสติกส์ จึงสามารถเข้าหลักเณฑ์การพิจารณาของ พ.ร.บ.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯได้ทั้งหมด โดยการลงทุนในเมืองอุตสาหกรรมการค้าผ่านระบบออนไลน์ดังกล่าว ในเฟสแรกไตรมาส 3/2560 (เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2560) จะดำเนินการทำสัญญาจัดจ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง จากนั้นในไตรมาส 4/2560 (เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2560) จะเริ่มก่อสร้าง ‘ศูนย์โลจิสติกส์’ เป็นแห่งแรกใช้เวลาประมาณ 18 เดือน จากนั้นถึงกลางปี 2562 จะเริ่มก่อสร้างศูนย์วิจัยพัฒนา (R&D) กับศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการ SMEs เฟส 2 ต่อทันที

ลาซาด้า (Lazada) จะยืนยันพื้นที่ลงทุนในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ EEC จากตัวเลือกขณะนี้เหลือเพียง 2 แห่งเท่านั้น แน่นอนว่าโครงการสวนเทคโนโลยีดิจิทัลจะต้องตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ที่ใกล้และเชื่อมโยงกับเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) หรือ Digital Park ที่ตั้งอยู่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทั้งนี้ สัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม หัวหน้าทีมของอาลีบาบาจากจีนจะเดินทางมาไทยเพื่อสรุปภาพรวมการลงทุนทั้งหมด นายอุตตมกล่าว

สำหรับ พ.ร.บ.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศฯ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ที่ประเทศต้องการ มีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี มีการลงทุนด้านวิจัยพัฒนา (R&D) มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในระยะยาว ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC ใน 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม 2560) อยู่ที่ 23,400 ล้านบาท เป็นคำขอใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย 14,200 ล้านบาท ทาง BOI คาดว่าตลอดทั้งปี 2560 ยังคงเป้ายอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนไว้ที่ 600,000 ล้านบาท และนักลงทุน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท Kyocera Corporation ผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์การแพทย์ที่ทำด้วย Advance Materials, บริษัท Spiber Inc. ซึ่งเป็นกลุ่ม Startup ผลิต Bio-based advanced material, บริษัท Panasonic Corporation ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และบริษัท Subaru Corporation ผู้ผลิตรถยนต์โดยผลการหารือทั้ง 4 บริษัทสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแน่นอน ดังนั้นจึงเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้าหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ ซึ่งจะได้รับการ ยกเว้นŽ ภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 15 ปี และหากลงทุนในพื้นที่เขต EEC ก็จะได้รับการลดหย่อนภาษี 50% อีก 5 ปี